การเสริมจมูก

การเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อน

นพ.ศุภศิษฏ์ จิรวัฒโนทัย
นพ.สุกิจ วรธำรง
3 มิ.ย. 59

การศัลยกรรมเสริมจมูกในปัจจุบัน มีการใช้วัสดุทางการแพทย์ ประเภทซิลิโคน กันอย่างแพร่หลายมาช้านาน แต่ในบางครั้งซิลิโคนก็ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหลายประการ เช่น

การอักเสบติดเชื้อแบคทีเรีย

  1. ซิลิโคนทะลุ บริเวณปลายจมูก หรือในรูจมูก
  2. จมูกเบี้ยว เอียง
  3. ผิวหนังบาง แดง
  4. มองเห็นขอบซิลิโคนเป็นแท่ง
  5. จมูกรั้งเชิดจากการหดตัวของพังผืดภายในจมูก
ปัญหาจากการเสริมจมูกด้วยซิลิโคน

การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนแท่ง จึงจำเป็นต้องมีความประณีตอย่างมากเพื่อลดการเกิดปัญหาต่างๆที่กล่าวไว้แล้ว อีกทางหนึ่ง คือ การใช้เนื้อเยื่อกระดูกของตัวเองเสริมจมูกทั้งหมด หรือจะเลือกผสมผสาน ระหว่างเนื้อเยื่อกระดูกอ่อน (จากผนังภายในจมูก septum หรือใบหู) มาเสริมบริเวณปลายจมูก และใช้ซิลิโคนเสริมเฉพาะบริเวณสัน เพื่อขจัดปัญหาซิลิโคนที่ปลายจมูกดันจนผิวหนังบาง แดง และทะลุในที่สุด

การแก้จมูกสั้นด้วยกระดูกอ่อนจากซี่โครง

ด้วยเทคนิคนี้ ปัญหาต่างๆ บริเวณปลายจมูกจึงลดลง และช่วยให้ได้รูปทรงของจมูกที่สวยงามเป็นธรรมชาติเข้ากับใบหน้ามากยิ่งขึ้น

กระดูกอ่อนของตัวเอง นับว่าเป็นเนื้อเยื่อที่เหมาะสำหรับนำมาเสริมจมูก เพราะ มีความแข็งกำลังดี ทำให้ได้รูปทรงที่สวย และที่สำคัญทนต่อการติดเชื้อและไม่ก่อให้เกิดพังผืดในจมูกเหมือนซิลิโคน ส่วนใหญ่เราอาจเคยได้ยินการใช้กระดูกอ่อนจากใบหู แต่จริงๆแล้วศัลยแพทย์ตกแต่งสามารถนำกระดูกอ่อนมาใช้ได้จากหลายๆ ที่ เช่น ภายในผนังจมูก และกระดูกอ่อนซี่โครงซึ่งเป็นกระดูกอ่อนท่อนที่ใหญ่และแข็งแรงกว่าที่อื่นๆ สามารถนำมาเสริมและตกแต่งจมูกได้ตลอดทั้งอันโดยไม่ต้องใช้ซิลิโคนเลยก็ได้

การแก้จมูกคดด้วยกระดูกอ่อนจากซี่โครง

ใครบ้างที่เหมาะกับการเสริมจมูกด้วยกระดูกอ่อนจากซี่โครง?

  • จมูกหดรั้ง หรือจมูกสั้นจากการติดเชื้อหรือผ่าตัดมาหลายๆ ครั้ง
  • ริมฝีปากยื่น จมูกแบน ใบหน้าแบนเป็นแอ่ง
  • จมูกที่เคยฉีดสารแปลกปลอม
  • จมูกบิดเบี้ยวจากอุบัติเหตุหรือปากแหว่งเพดานโหว่

การเสริมจมูกแบบเปิด หรือโอเพ่น (Open Rhinoplasty) หมายถึง การผ่าตัดเปิดผิวหนังจมูกจากปลายจมูกขึ้นไปเหมือนเปิดฝากระโปรงรถ เพื่อให้ศัลยแพทย์ตกแต่งสามารถแต่งกระดูกอ่อนภายในจมูกได้อย่างละเอียด และยังสามารถเสริมกระดูกอ่อนที่ได้จากใบหูหรือซี่โครงเข้าไป เพื่อแก้ไขรูปทรงจมูกหรือเสริมบริเวณที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการแก้ไขทรงจมูกแบบที่ซิลิโคนไม่สามารถทำได้

การเสริมจมูกทั้งแท่งด้วยกระดูกอ่อน

การเสริมจมูกแบบโอเพ่นเป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างยาก และต้องอาศัยความชำนาญของศัลยแพทย์เป็นอย่างมาก การผ่าตัดประเภทนี้จึงควรทำโดยศัลยแพทย์ตกแต่งที่เชี่ยวชาญเท่านั้นเพราะหากทำโดยไม่มีความชำนาญอาจเกิดผลแทรกซ้อนขึ้น ซึ่งมักจะรุนแรงตามที่เราเห็นกันในข่าวอยู่บ่อยๆ

ผลข้างเคียงจากการเลาะกระดูกซี่โครงเพื่อใช้ในการเสริมจมูก

นอกเหนือจากผลข้างเคียงตามปกติจากการผ่าตัดทั่วไป อันได้แก่ การอักเสบ การติดเชื้อ อาการปวดระบบจากการผ่าตัดซึ่งมักจะมีได้มากน้อยแล้วแต่ชนิดของการผ่าตัดแล้ว การเลาะกระดูกซี่โครงเพื่อนำไปใช้ในการเสริมจมูกหรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายก็มีผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะเช่นกัน ซึ่งตามปกติแพทย์ผู้ผ่าตัดจะพยายามหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงดังกล่าวและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอย่างดีที่สุด โอกาสเกิดขึ้นตามมาตรฐานสำหรับผลข้างเคียงต่อไปนี้มักไม่สูงมากและในการดูแลโดยแพทย์ที่มีความชำนาญก็มักจะมีผลข้างเคียงเกิดขึ้นที่ไม่รุนแรง แต่อย่างไรก็ดีผลข้างเคียงที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับการใช้กระดูกซี่โครงโดยเฉพาะสามารถพบได้มีดังนี้

  1. การเกิดแผลปูนนูน Keloid: (พบได้ประมาณ 0.68-13.24%) เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการหายที่ผิดปกติทำให้มีแผลปูดนูนบริเวณแผลผ่าตัดเลาะกระดูกซี่โครงไป เกิดแผลปูดก้อนแข็งขนาดใหญ่กว่าแผลผ่าตัดเริ่มต้น อาจจะมีอาการคัน เจ็บที่แผลปูดได้โดยมากเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด 3-6 เดือน การรักษาแผลปูดนูนสามารถทำได้โดยการป้องกันโดยใช้แผ่นเจลซิลิโคน การใช้ยาทาเฉพาะที่บางชนิด และหากปูนนูนมากการฉีดยาละลายแผลปูดด้วยยากลุ่มสเตียรอยด์ ก็สามารถควบคุมแผลปูดให้ยุบลงได้
  2. การเกิดภาวะลมรั่ว (Pneumothorax) เลือดออกในช่องปอด (Hemothorax): ภาวะนี้เป็นภาวะที่รุนแรงที่สุดและไม่ควรจะเกิดขึ้นหากทำโดยแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญจริง ๆ เกิดจากการเลาะกระดูกออกจากเยื่อหุ้มกระดูกแล้วทะลุผ่านเยื่อหุ้มปอดเข้าไปในช่องปอดทำให้มีลมรั่วเข้าไปในช่องปอด ในรายที่ทะลุเข้าในเนื้อปอดด้วยก็จะเกิดอันตรายต่อปอดโดยตรงทำให้เลือดออกในช่องปอด ซึ่งจะต้องมีการระบายลมและเลือดออกจากช่องปอดให้ทันท่วงที มิฉะนั้นอาจจะเกิดอันตรายต่อชีวิตได้ อัตราการเกิดผลข้างเคียงนี้ค่อนข้างต่ำตามรายงานมีเพียง 0-0.32% เท่านั้น

ปัญหาที่พบเป็นข่าว (http://women.sanook.com/47865/) ว่ามีการค้างผ้าก๊อซห้ามเลือดในแผลเลาะกระดูกซี่โครงนั้น เป็นปัญหาเกิดจากมาตรฐานการแพทย์ของสถานพยาบาลและมาตรฐานของห้องผ่าตัดโดยตรง ที่มีระบบตรวจสอบผ้าก๊อซและอุปกรณ์ผ่าตัดไม่เข้มงวดหรือมีมาตรฐานเพียงพอที่จะตรวจสอบอุปกรณ์ผ่าตัดให้ครบถ้วนก่อนจะสิ้นสุดการผ่าตัด ดังนั้นการเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานจึงเป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ไม่เกิดความผิดพลาดอันไม่เกี่ยวกับการผ่าตัด ดังที่เป็นข่าวผู้ป่วยมีผ้าก๊อซค้างในแผลซี่โครงหลังจากได้รับการผ่าตัดจากต่างประเทศ